Veranda Residence หัวหิน มอบให้คุณค่าในการใช้ชีวิตกับ Beachfront Suite [PR News]

Veranda Residence หัวหิน คอนโดหรูระดับพรีเมียม ทำเลสวยติดแนวชายหาดทะเลหัวหิน บนเนื้อที่กว่า 15 ไร่ จำนวน 263 ยูนิต โดดเด่นด้วยการออกแบบสไตล์โมเดิร์น คอมเท็มโพรารี (Modern Contemporary) เรียบหรู และอบอุ่น ตามแบบฉบับของวีรันดา โดยแต่ละห้องถูกออกแบบพิเศษให้สอดคล้องกับดีมานด์ของกลุ่มผู้ซื้อที่แตกต่างกันออกไป โดยเฉพาะ Beachfront Suite ที่จัดสัดส่วนไว้อย่างลงตัว เพื่อตอบโจทย์สำหรับทุกครอบครัว

Beachfront Suite จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย สำหรับทุกคนในครอบครัว ห้องออกแบบเพื่อให้ความรู้สึกเสมือนใช้ชีวิตอยู่ในรีสอร์ทสุดหรูติดทะเลทุกวัน มีขนาดใหญ่ 135-145 ตร.ม. ประกอบด้วย 3 ห้องนอน ภายในมีห้องนั่งเล่นที่มองเห็นวิวทะเลชัดเจน และห้องครัวแยกเป็นสัดส่วนอย่างลงตัว อง นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ มาพร้อมความพิเศษด้วยการบริการแบบโรงแรม Hotel Service Beachfront Design Residence หรือเป็นที่อยู่อาศัยริมชายหาดที่มาพร้อมการบริการโดย A Veranda Collection Hotel สร้างวันพักผ่อนสุดพิเศษที่แตกต่างจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ซื้อขาย บ้าน ที่ดิน และคอนโดรายอื่น ๆ พร้อมตอกย้ำความเป็น Design Brand ด้วยการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ระดับไฮเอนด์ที่มีดีไซน์เฉพาะตัวอย่าง “ควอตโตร ดีไซน์” ซึ่งเป็นแบรนด์ที่เน้นการคัดสรร และเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์จากหลากหลายประเทศทั่วโลก ภายในโครงการฯ ยังออกแบบโดยเน้นทำเลที่ตั้งของแลนด์สเคป ด้วยพื้นที่สระว่ายน้ำมากที่สุดแห่งหนึ่งในหัวหิน นอกจากนี้การเดินทางยังสะดวกสบาย ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ๆ อาทิ ตลาดไนท์มาร์เก็ต ซิคาด้า, ศูนย์การค้า บลูพอร์ต หัวหิน และโรงพยาบาลกรุงเทพ หัวหิน เป็นต้น

For related article, please visit Veranda Residence หัวหิน มอบให้คุณค่าในการใช้ชีวิตกับ Beachfront Suite [PR News].

ศุภาลัย บุกหนักอสังหาฯ แนวราบ เปิดตัวใหม่ 2 โครงการพร้อมกัน สถานที่ศักยภาพบางนา-ลาดกระบัง และวงแหวน-ลำลูกกา คลอง 6

บมจ.ศุภาลัย รุดหน้าซื้อขาย บ้าน ที่ดิน และคอนโดเปิดตัวโครงการแนวราบอย่างต่อเนื่อง บนที่ตั้งศักยภาพเดินทางสะดวกย่านบางนา – ลาดกระบัง และ วงแหวน – ลำลูกกา คลอง 6 พร้อมชูสินค้าครบครันทั้งบ้านเดี่ยว บ้านรุ่นใหม่ และทาวน์โฮม ในราคาที่คุ้มค่าต่อการพักอาศัย Pre-Sale 2 โครงการพร้อมกัน วันที่ 24-25 มิถุนายน 2560 ณ สำนักงานขายโครงการ ฟรี! ของแถมพิเศษเฉพาะช่วงเปิดตัวเท่านั้น

นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมของโครงการที่อยู่แนวราบมีทิศทางการก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากลูกค้ายังมีความต้องการที่อยู่โดยเลือกสรรที่ตั้งและแบบบ้านที่สามารถสนองการใช้ชีวิตของทุกคนในครอบครัวอย่างลงตัว ทำให้ศุภาลัยมีการเปิดตัวโครงการแนวราบอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา รวมถึงในวันที่ 24-25 มิถุนายนนี้ เตรียมเปิดขายโครงการใหม่อีก 2 แห่ง รวมมูลค่า 3,750 ล้านบาท คือ ศุภาลัย ไพรด์ บางนา – ลาดกระบัง มูลค่าโครงการ 3,000 ล้านบาท และ ศุภาลัย เบลล่า วงแหวน – ลำลูกกา คลอง 6 มูลค่าโครงการ 750 ล้านบาท ซึ่งทั้ง 2 โครงการมีผลิตภัณฑ์ที่อยู่ครบครันทั้งบ้านเดี่ยว บ้านรุ่นใหม่ และทาวน์โฮมที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในแต่ละทำเล ถึงแม้ว่าสถานการณ์การแข่งขันของตลาดที่อยู่อาศัยทั้ง 2 ทำเลมีการแข่งขันค่อนข้างสูงแต่ความต้องการซื้อที่อยู่ยังมีอยู่จำนวนมาก และคาดว่าจะได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นอย่างดี

สำหรับ “ศุภาลัย ไพรด์ บางนา – ลาดกระบัง” เป็นโครงการที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ประมาณ 149 ไร่ ตั้งอยู่บนที่ตั้งศักยภาพถนนวัดศรีวารีน้อย สามารถเข้า-ออกและเชื่อมต่อได้หลายเส้นทางเข้าสู่ใจกลางเมือง ทั้งถนนลาดกระบัง ถนนบางนา-ตราด ถนนกิ่งแก้ว ทางยกระดับบูรพาวิถี ถนนวงแหวนรอบนอกตะวันออก และรองรับการเดินทางในอนาคตด้วยรถไฟฟ้า LRT (สถานีวัดศรีวารีน้อย) รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการ อาทิ เดอะพาซิโอ ลาดกระบัง คิง เพาเวอร์ ศรีวารี คอมเพล็กซ์ สนามบินสุวรรณภูมิ เมกา บางนา โรงพยาบาลลาดกระบัง และมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ เป็นต้น

อีกทั้งมีจุดเด่นเรื่องความหลากสไตล์หลายฟังก์ชั่นของแบบบ้าน เหมาะกับทุกขนาดครอบครัว ทั้งบ้านเดี่ยว 2 ชั้น 3-4 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 139-233 ตร.ม. ราคาเริ่ม 4.95 ล้านบาท บ้านรุ่นใหม่ 3 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 122 ตร.ม. ราคาเริ่ม 2.89 ล้านบาท และทาวน์โฮม 2 ชั้น 3 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 113 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.89 ล้านบาท

โดดเด่นด้วยสโมสรขนาดใหญ่ พร้อมฟิตเนสและสระว่ายน้ำ ร่มรื่นด้วยพื้นที่สีเขียวรวมกว่า 5 ไร่ และพื้นที่ออกกำลังกายสำหรับสัตว์เลี้ยง (Dog Park) มั่นใจกับระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง เข้า-ออก ด้วยระบบ Easy Pass พร้อมกล้อง CCTV ทางโครงการมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียนผ่าน www.supalai.com เมื่อจองบ้านภายในงาน รับส่วนลดสูงุสุดมูลค่า 20,000 บาท และ มีสิทธิลุ้นรับ Samsung Galaxy S8 อีกด้วย

“ศุภาลัย เบลล่า วงแหวน – ลำลูกกา คลอง 6” มีพื้นที่โครงการประมาณ 34 ไร่ ออกแบบภายใต้แนวคิด “เติมเต็มความสุข เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า” ด้วยแบบบ้านและดีไซน์ที่หลากหลายในสไตล์โมเดิร์น ในราคาเริ่มต้น 2 ล้านกว่าบาท มีทั้งบ้านเดี่ยว 2 ชั้น 3-4 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 150-197 ตร.ม. บ้านรุ่นใหม่ 2 ชั้น 3 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 122 ตร.ม. และทาวน์โฮมหน้ากว้าง 3 ห้องนอน จอดรถ 2 คัน พื้นที่ใช้สอย 113 ตร.ม. ตอบโจทย์ทุกLifestyle ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อประโยชน์ในทุกตารางเมตรที่คุณอยู่อาศัยและตอบรับทุกความต้องการอย่างลงตัว

เพิ่มพื้นที่พักผ่อนสีเขียว โดยมีสวนส่วนกลางด้านหน้าโครงการขนาดใหญ่ สบายใจกับระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. พร้อมกล้อง CCTV และเข้า-ออกโครงการด้วยประตูระบบ Easy Pass อีกทั้งทำเลที่เชื่อมต่อทุกการเดินทางให้สะดวกสบาย ใกล้ทางด่วนวงแหวนรอบนอกกาญจนภิเษก บางนา-บางปะอิน รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย (สถานีวงแหวนรอบนอกตะวันออก) และสามารถเข้าออกถนนได้หลายเส้นทางทั้ง ถนนลำลูกกา ถนนนิมิตรใหม่ ถนนหทัยราษฏร์ และถนนรามอินทรา แวดล้อมด้วยสถานที่และแหล่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ เทสโก้ โลตัส ลำลูกกา คลอง 5 โฮมโปร คลอง 5 ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต แฟชั่น ไอซ์แลนด์ และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เป็นต้น

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่ในย่านบางนา – ลาดกระบัง และ วงแหวน – ลำลูกกา คลอง 6 เชิญร่วมงาน Pre-Sale 24-25 มิถุนายนนี้ เลือกแปลงที่โดนใจในราคาพิเศษก่อนใคร รับฟรี! ของแถมหลายรายการ ณ สำนักขายโครงการ โทร. 1720 หรือดูรายละเอียดได้ที่ www.supalai.com

Please visit ศุภาลัย รุกหนักอสังหาริมทรัพย์ แนวราบ เปิดตัวใหม่ 2 โครงการพร้อมกัน ทำเลที่ตั้งศักยภาพบางนา-ลาดกระบัง และวงแหวน-ลำลูกกา คลอง 6 for related article.

WHIZDOM 101 (วิสซ์ดอม วัน-โอ-วัน) ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 7 โครงการส่งเสริมการดีไซน์เมืองอัจฉริยะ (Smart Cities-Clean Energy) จากกระทรวงพลังงาน

โครงการ WHIZDOM 101 (วิสซ์ดอม วัน-โอ-วัน) โดยแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดิเวลอปเม้นท์ คอร์เปอเรชั่น (MQDC) ผู้พัฒนา ผู้ลงทุน และให้บริการบริหารอสังหาฯได้รับการคัดเลือก 1 ใน 7 โครงการสนับสนุนการดีไซน์เมืองอัจฉริยะ ของกระทรวงพลังงาน ชูจุดเด่น ”ระบบนิเวศน์สังคมดิจิทัลที่สมบูรณ์แบบและครบวงจร” เพื่อพัฒนาเมืองของชุมชน

สู่เมืองอัจฉริยะตามเจตนารมย์ของภาครัฐ สร้างสรรค์เมืองต้นแบบที่สามารถลดนักขายบ้านมืออาชีพผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลังงาน และลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โครงการฯ ไม่เพียงมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยภายในโครงการฯ เท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงการพัฒนาชุมชนโดยรอบอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางสร้างสรรค์งานวิจัยนวัตกรรม (Innovation Hub) เพื่อสังคมดิจิทัลที่ครบวงจรและสมบูรณ์แบบแห่งแรก ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สุทธา เรืองชัยไพบูลย์ ผู้อำนวยการบริหาร แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดิเวลอปเม้นท์ คอร์เปอเรชั่น (MQDC) เป็นตัวแทนรับโล่ประกาศเกียรติคุณจาก พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในโอกาสที่โครงการ WHIZDOM 101 (วิสซ์ดอม วัน-โอ-วัน) โดย MQDC ได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 7 โครงการสนับสนุนการดีไซน์เมืองอัจฉริยะจาก 36 โครงการ ซึ่งจัดโดยกระทรวงพลังงาน ร่วมกับมูลนิธิอาคารเขียวไทย จุดประสงค์เพื่อเดินหน้าพัฒนาโครงการสนับสนุนการออกแบบเมืองอัจฉริยะ เชื่อมโยงการใช้พลังงานในชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ (Smart Cities – Clean Energy) โดยทุกโครงการที่ผ่านเข้ารอบนี้ จะได้รับการส่งเสริมเงินทุนเพื่อใช้ในการพัฒนาโครงการ รายละไม่เกิน 10 ล้านบาท

โครงการ WHIZDOM 101 (วิสซ์ดอม วัน-โอ-วัน) นับเป็นศูนย์กลางสร้างสรรค์งานวิจัยนวัตกรรม (Innovation Hub) เพื่อสังคมดิจิทัลที่ครบวงจรและสมบูรณ์แบบเพื่อความยั่งยืน (Sustainovation) เน้นการทำวิจัยพัฒนาและเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์เชิงลึก (Human Behaviors) การคำนึงถึงการดีไซน์เพื่อที่พักที่มีคุณภาพและส่งผลดีทั้งด้านร่างกายและจิตใจ (Health and Well-being) การคำนึงถึงผลการใช้พลังงาน ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างเป็นระบบสมบูรณ์และยั่งยืน รวมถึงการคำนึงถึงความสัมพันธ์ต่อชุมชนโดยรอบให้ดีขึ้นและปลอดภัยขึ้น (Integrated Ecosystem)

“เราทำให้เห็นว่าการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนสามารถทำควบคู่กันได้ โครงการฯ นี้ตอบโจทย์และทำให้ได้รับการคัดเลือกเป็นโครงการฯ ต้นแบบเมืองอัจฉริยะ อีกทั้งโครงการฯ ยังสามารถช่วยลดการใช้พลังงานได้ถึง 30% จากค่ามาตรฐานการใช้พลังงานของโครงการประเภทเดียวกัน นับเป็นความภูมิใจที่เราสามารถบริหาร พัฒนาพื้นที่นี้ให้สามารถใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังนำพลังงานธรรมชาติมาใช้ได้อีกด้วย”

นอกจากนี้บริเวณโครงการฯ ได้จัดแบ่งเป็นพื้นที่ต่างๆ ได้แก่ ที่พักอาศัย ที่ทำงานซึ่งในส่วนนี้ได้พัฒนาและดีไซน์เพื่อให้เป็นศูนย์กลางทางด้านอินโนเวชันของภูมิภาคอาเซียน โดยจัดพื้นที่สำหรับกลุ่มสตาร์ทอัพ นักลงทุน (Venture Capital) ที่จะเข้ามาทำธุรกิจและลงทุนในประเทศไทย ถือเป็นการจัดทำโดยภาคเอกชนรายแรกของไทย ซึ่งเหมือนซิลิคอน วัลเล่ย์ในอเมริกา ด้วยความสามารถความพร้อมและการสนับสนุนส่งเสริมจากภาครัฐในการผลักดันประเทศให้ก้าวสู่ Thailand 4.0

บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โครงการที่พักอาศัย และมิกซ์ยูสคุณภาพโครงการ WHIZDOM 101 (วิสซ์ดอม วัน-โอ-วัน) อินโนเวทีฟไลฟ์สไตล์คอมเพล็กซ์ สังคมดิจิทัลแห่งแรกและแห่งเดียวในเมืองไทยที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมทั้งผสมผสานเทคโนโลยีและธรรมชาติไว้อย่างลงตัว เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์แปลกใหม่ ตอบสนองการใช้ชีวิตประจำวัน

“คนเมืองในปัจจุบันใช้ชีวิตด้วยความเร่งรีบ คุ้นชินกับการเดินทางไปมาระหว่างบ้าน ที่ทำงานและห้างสรรพสินค้าแต่ลืมมิติอื่นๆ ของชีวิตไป โครงการ WHIZDOM 101 สร้างขึ้นภายใต้แนวคิด ‘The Great Good Place’ ที่มีการพัฒนาให้พื้นที่ส่วนไลฟ์สไตล์คอมเพล็กซ์ที่คืนมาตรฐานความสุขในการใช้ชีวิตให้กับคนเมือง ไม่ว่าจะเป็นการทานอาหารกับครอบครัว ช้อปปิ้ง ออกกำลังกาย พักผ่อน พบปะสังสรรค์ หรือหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ นอกจากนี้ภายในโครงการฯ ได้จัดเตรียมพื้นสาธารณะซึ่งเปิดบริการให้บุคคลทั่วไปได้แก่ WHIZDOM Track เลนจักรยานและลู่วิ่งลอยฟ้าแบบมัลติเลเวลระยะทางรวม 1.3 กิโลเมตร รวมถึง WHIZDOM Park ซึ่งเป็นสวนลอยฟ้าขนาด 3 ไร่ พร้อมพื้นที่สีเขียวกว่า 30% หรือ 14 ไร่ ของพื้นที่โครงการทั้งหมด 43 ไร่”

กลุ่มทรู โดย ดร. ณัฏฐกฤตย์ สงวนดีกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายการพาณิชย์ เทคโนโลยี IoT บริษัท ทรู ดิจิตอล แอนด์ มีเดีย แพลตฟอร์ม จำกัด กล่าวเสริมว่า กลุ่มทรู ผู้ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมครบวงจรหนึ่งเดียวในไทย ดำเนินการวางโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคมในโครงการ WHIZDOM 101 (วิสซ์ดอม วัน-โอ-วัน) เชื่อมโยงกันเป็นเมืองดิจิทัล ทั้งบริการ 4G ไฟเบอร์บรอดแบนด์ และ WiFi พร้อมกับการยกระดับโครงการสู่สมาร์ทซิตี้ สังคมเมืองที่ใช้ชีวิตได้สมาร์ทขึ้น ด้วยเทคโนโลยี IoT และโซลูชั่นต่างๆที่ล้ำสมัย นอกจากนี้ กลุ่มทรู ยังพัฒนาโครงการ “ทรู ดิจิทัล พาร์ค”

ในพื้นที่โครงการ WHIZDOM 101 (วิสซ์ดอม วัน-โอ-วัน) เพื่อให้เป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัล (Digital Hub) ของไทย โดยมุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับการสร้างสรรค์และวิจัยนวัตกรรมดิจิทัล ภายใต้แนวคิด Open Innovation ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของกลุ่มทรูที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นประเทศศูนย์กลางด้านดิจิทัลของภูมิภาค

ด้านรายละเอียดของโครงการ WHIZDOM 101 (วิสซ์ดอม วัน-โอ-วัน) ได้ผ่านการคัดเลือกโดยมีการนำสาระสำคัญหลักของแบรนด์ MQDC (Brand Essence) ว่าด้วยเรื่องนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (Sustainovation) เน้นการทำวิจัย พัฒนาและเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์เชิงลึก (Human Behaviors) การคำนึงถึงการออกแบบเพื่อที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพและส่งผลดีทั้งด้านร่างกายและจิตใจ (Health and Well-being) การคำนึงถึงผลการใช้พลังงาน ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างเป็นระบบสมบูรณ์และยั่งยืน รวมถึงการคำนึงถึงความสัมพันธ์ต่อชุมชนโดยรอบให้ดีขึ้นและปลอดภัยขึ้น (Integrated Ecosystem) สาระสำคัญทั้งหมดของแบรนด์ MQDC นี้ได้นำมาปรับใช้ในโครงการให้ตอบโจทย์ผลการดำเนินงานทั้ง 8 หมวดด้วยกัน คือ 1. พลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) 2. การสัญจรอัจฉริยะ (Smart Mobility) 3. ชุมชนอัจฉริยะ (Smart Community) 4. สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment) 5. เศรษฐกิจอัจฉริยะ (Smart Economy) 6. อาคารอัจฉริยะ (Smart Building) 7. การบริหารจัดการเมืองแบบอัจฉริยะ (Smart Governance) และ 8.นวัตกรรมอัจฉริยะ (Smart Innovation)

เกี่ยวกับ แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น (MQDC)

MQDC แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น เป็นบริษัทในเครือบริษัทดีทีจีโอคอร์ปอเรชั่น จำกัด (DTGO Corporation Limited (DTGO) โดย MQDC เป็นผู้พัฒนา ผู้ลงทุน และผู้ให้บริการบริหารอสังหาริมทรัพย์ โครงการภายใต้การดำเนินงานของ MQDC ประกอบด้วย โครงการที่พักอาศัยและโครงการมิกซ์ยูส สำหรับไลฟ์ไตล์ที่หรูหราและชีวิตทันสมัยของคนรุ่นใหม่ ภายใต้แบรนด์ ดิไอคอนสยาม แมกโนเลียส์ และวิสซ์ดอม

ท่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.mqdc.com/

Please visit WHIZDOM 101 (วิสซ์ดอม วัน-โอ-วัน) ได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 7 โครงการส่งเสริมการดีไซน์เมืองอัจฉริยะ (Smart Cities-Clean Energy) จากกระทรวงพลังงาน for more post.

BSR คว้า รถไฟฟ้าสายสีชมพู-เหลือง จัดทำ EIA ส่วนต่อขยาย

หลังจากที่ถูกกฤษฎีกาตีกลับให้ศึกษาอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการลงทุนเพิ่มเรื่องการเชื่อมต่อของ รถไฟฟ้าสายสีชมพู-สายสีเหลือง ล่าสุด ณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติผลการคัดเลือกเอกชนและร่างสัญญาร่วมลงทุน (PPP Net Cost) โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย–มีนบุรี) และสายสีเหลือง (ลาดพร้าว–สำโรง) ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)

สำหรับ 2 โครงการนี้จะเป็นรถไฟฟ้าแบบโมโนเรล ซึ่งผู้ชนะการประมูลคือ กิจการร่วมค้า บีเอสอาร์ (BSR Joint Venture:BSR JV) ประกอบด้วย บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS), บมจ.ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) และ บมจ.ซิโน–ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) มีระยะเวลาสัมปทาน 33 ปี 3 เดือน แบ่งเป็นงานก่อสร้างติดตั้งระบบ 3 ปี 3 เดือน และให้บริการเดินรถและบำรุงรักษา 30 ปี

ข้อมูลจาก Render Thailand ระบุว่า สำหรับส่วนต่อขยายที่ทางกลุ่ม BSR เสนอจะต้องมีการจัดทำ EIA ประมาณ 1 ปีครึ่ง และต้องเสนอคณะกรรมการจัดระบบการจราจร หรือ คจร.เห็นดีเพื่อบรรจุในแผนแม่บทรถไฟฟ้า

ที่มา: TNN, Render Thailand

Please visit BSR จับ รถไฟฟ้าสายสีชมพู-เหลือง จัดเตรียมทำ EIA ส่วนต่อขยาย for related article.

เอสซีฯ แนะนำโครงการเวนิว (VENUE) พระราม 5-2 บ้านเดี่ยวสไตล์ Modern Japanese Design พื้นที่ใหม่ ราคาเริ่มต้น 5.99 ล้านบาท

บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดตัวโครงการ VENUE (เวนิว) พระราม 5-2 ภายใต้แนวคิดโฆษณา “บ้านที่ความสุขเติบโต ไปพร้อมกับคุณ” โดยโครงการตั้งอยู่บนถนนนครอินทร์ บนพื้นที่ 20-2-7 ไร่ มูลค่าโครงการ 760 ล้านบาท จำนวน 90 ยูนิต ราคาเริ่ม 5.99 ล้านบาท เปิดจอง ครั้งแรก วันที่ 3-4 มิ.ย.นี้

โครงการ VENUE (เวนิว) พระราม 5-2 เป็นบ้านเดี่ยวสไตล์ Modern Japanese Design ที่สะท้อนความเรียบง่ายในแบบญี่ปุ่น พร้อมกับฟังก์ชั่น ROBI นวัตกรรมที่ปรับเปลี่ยนเพิ่ม Value พื้นที่เฉลียงหน้าบ้านให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับถอดรองเท้าได้อย่างเป็นสัดส่วน การออกแบบได้เน้นให้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ สงบร่มรื่น พร้อมพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นสัดส่วนลงตัวกับทุกไลฟ์สไตล์ มีระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. ด้วย Double Security เข้า–ออกโครงการระบบ Easy Pass, CCTV กล้องวงจรปิด ทั่วโครงการ, สัญญาณกันขโมยในตัวบ้านระบบ Magnetic Sensor และ Shock Sensor พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ คลับเฮ้าส์, ฟิตเนส, สระว่ายน้ำ, สวนส่วนกลาง อีกทั้งใกล้แหล่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการทั้ง สถานีรถไฟฟ้าติวานนท์, โรงพยาบาล, โรงเรียน และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ตอบสนองไลฟ์สไตล์ความสะดวกสบายอย่างลงตัว บนทำเลซื้อขาย บ้าน ที่ดิน และคอนโดศักยภาพเชื่อมต่อทุกความสุขได้สบายๆ ในสังคมส่วนตัว

แบบบ้านจำนวน 4 แบบ ขนาดตั้งแต่ 3-4 ห้องนอน, 3 ห้องน้ำ, 2-3 ที่จอดรถ ได้แก่

KAISHI พื้นที่ใช้สอย 149 ตร.ม.
KANZEN พื้นที่ใช้สอย 214 ตร.ม.
ZENBI พื้นที่ใช้สอย 232 ตร.ม.
TAKUETSU พื้นที่ใช้สอย 349 ตร.ม.

พร้อมกันนี้ยังได้จัดกิจกรรม Shoot & Share ระหว่างช่วงเปิดตัว-25 มิ.ย.นี้ ด้วยการเชิญแชร์ภาพความสุข พร้อมบรรยายความสุขเรียบง่าย สไตล์ญี่ปุ่นในแบบของคุณ เพื่อชิงรางวัลกล้องฟูจิ XA3 มูลค่า 23,990 บาท จำนวน 1 รางวัล ซึ่งจะประกาศผลวันที่ 30 มิ.ย. 2560

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.1749 หรือ www.scasset.com

Please visit เอสซีฯ แนะนำโครงการเวนิว (VENUE) พระราม 5-2 บ้านเดี่ยวสไตล์ Modern Japanese Design ที่ตั้งใหม่ ราคาเริ่มต้น 5.99 ล้านบาท for more content.

รฟม. เตรียมเซ็นสัญญา รถไฟฟ้าสายสีชมพู-สีเหลือง กับ BSR ภายใน 16 มิ.ย. นี้

หลังจากครม. มีมติเห็นชอบไปเมื่อวันอังคาร ล่าสุดทาง คีรี กาญจนพาสน์ หัวเรือใหญ่ของ BTS ได้ออกมาเผยว่า รฟม. เตรียมลงนามสัญญา “รถไฟฟ้าสายสีชมพู–สีเหลือง” กับกลุ่ม BSR ภายใน 16 มิ.ย. นี้

โดยในวันเดียวกันจะมีการลงนามสัญญาเงินกู้ ลักษณะ Project Finance ของ 2 โครงการกับสถาบันการเงินในประเทศและต่างประเทศ และการลงนามซื้อรถโมโนเรล จำนวน 288 ตู้ (รถไฟฟ้าสายสีชมพู 168 ตู้ รถไฟฟ้าสายสีเหลือง120 ตู้) มูลค่าประมาณ 5 หมื่นล้านบาท พร้อมกับลงนามสัญญางานก่อสร้างด้วย

ถือเป็นครั้งที่สองของ BTS ในการลงลายมือชื่อสัมปทานและลงทุนรถไฟฟ้า หลังจากที่ได้ประเดิมครั้งแรกกับ “โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว” เมื่อ 25 ปีก่อน

ส่วนต่อขยายที่ BSR ลงทุน มูลค่าไม่ต่ำกว่า 6,000 ลบ. ใช้เวลา 1 ปีครึ่งได้ข้อสรุป

ส่วนต่อขยายของสายสีชมพู: เชื่อมเส้นทางเข้าไปยัง Impact เมืองทองธานี ระยะทาง 2.8 กม. ประกอบด้วย 2 สถานี สถานีแรกตั้งอยู่บริเวณอาคารอิมแพคชาเลนเจอร์ และสถานีที่ 2 บริเวณทะเลสาบ (โดยปีที่แล้วมีผู้ใช้บริการศูนย์ประชุมอิมแพคฯ ถึงกว่า 10 ล้านคน และในเมืองทองธานีทีประชากรอาศัยกว่า 150,000 คน)
ส่วนต่อขยายสายสีเหลือง: เสนอขยายเส้นทางต่อไปตามถนนรัชดาภิเษกอีก 2.6 กม.สิ้นสุดบริเวณแยกรัชโยธิน เพื่อเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียวสถานี N10 (บริเวณปากซอยพหลโยธิน24) ของรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ซึ่งเสนอเพิ่มอีก 2 สถานี
การจัดทำ EIA คาดใช้ระยะเวลาประมาณ 1 ปี รวมทั้งให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) บรรจุส่วนขยายทั้ง 2 เส้นทางในแผนแม่บทรถไฟฟ้า และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) พิจารณาอนุมัติเห็นด้วย จากนั้นจะมีการลงนามสัญญาในส่วนขยายดังกล่าว ซึ่งส่วนขยายนี้จะสร้างอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการลงทุนเสร็จได้ทันกับงานสัญญาหลักที่มีระยะเวลาสร้าง 39 เดือน หรือ 3 ปี 3 เดือน และได้สัมปทานเดินรถ 30 ปี

ที่มา: Infoquest

For related article, please visit รฟม. เตรียมลงชื่อสัญญา รถไฟฟ้าสายสีชมพู-สีเหลือง กับ BSR ภายใน 16 มิ.ย. นี้.

อนันดาฯ เตรียมการจัดงานใหญ่แห่งปี “ANANDA URBAN PULSE”

คุณชานนท์ เรืองกฤตยา ( คนกลาง ) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ และคุณพงศ์อนันต์ สุขเกษม ( คนซ้าย ) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำตลาดคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า สนับสนุนคอนโดใหม่ ในกรุงเทพตลาดอสังหาริมทรัพย์และกำลังซื้อช่วงครึ่งปีหลัง จัดงาน “ANANDA URBAN PULSE” รวบรวมคอนโดติดรถไฟฟ้าคุณภาพเยี่ยมกว่า 22 โครงการทั่วกรุงเทพ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษสุด !! และพลาดไม่ได้!! กับ 5 โครงการใหม่ ได้แก่

แอชตัน อโศก-พระราม 9
ไอดีโอ คิว วิคตอรี่
ไอดีโอ พระราม 9 ตัดใหม่
ไอดีโอ คิว สุขุมวิท 36
เอลลิโอ เดล เนสท์

นอกจากนี้ พิเศษสุด!! เมื่อลูกค้าลงทะเบียนและเข้าร่วมงาน ลุ้นรับทันที !! Samsung Galaxy S8 และ Paragon Gift Card มูลค่า 5,000 บาท* (จำนวนจำกัด) ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานระหว่างวันที่ 22-25 มิถุนายน นี้ ณ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02 316 2222 หรือ เว็บไซต์ www.ananda.co.th

Read related content at อนันดาฯ เตรียมการจัดงานใหญ่แห่งปี “ANANDA URBAN PULSE”.

สภาวิศวกร-สภาสถาปนิก เข้าร่วมชี้แจงกรณีใช้ม. 44 แก้ปัญหารถไฟความเร็วสูงไทย-จีน

จากกรณีที่รัฐบาลประกาศใช้ม.44 กับโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงไทย–จีน ช่วงกรุงเทพ–โคราช โดยมีผลให้วิศวกรและนิติบุคคลของจีนได้รับการยกเว้นใบอนุญาติ ล่าสุดก็ได้มีการชี้แจงจากสภาสถาปนิกและสภาวิศวกร โดยสรุปได้ดังนี้

การเปิดช่องให้วิศวกรจีนโดยไม่ต้องมีใบอนุญาตนั้นครอบคลุมเฉพาะการดีไซน์และที่ปรึกษาคุม ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์
งานก่อสร้างแต่ไม่ได้รวมถึงงานก่อสร้าง
วิศวกรที่จะเข้ามาทำงานในประเทศไทยตามโครงการนี้จะต้องผ่านการอบรมและเข้ารับการทดสอบทั้งเชิงเทคนิคงานก่อสร้าง และจรรยาบรรณของวิชาชีพ หากเกิดความผิดพลาด ก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายไทย
วิศวกรจีนที่ได้รับการยกเว้นใบอนุญาติจะไม่สามารถออกไปทำงานในโครงการอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ได้ เนื่องในใบคำสั่งระบุชัดเจนแล้วว่าเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูงกทม–โคราชเท่านั้น หากฝ่าฝืนมีโทษทางกฏหมายคือจำคุก 3 ปี
สภาวิศวกรและสภาสถาปนิกจะร่วมมือเสริมให้เกิดความร่วมมือในโครงการดังกล่าวเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้รับการถ่ายโอนเทคโนโลยีอย่างเป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุด

Read related post at สภาวิศวกร-สภาสถาปนิก เข้าร่วมชี้แจงกรณีใช้ม. 44 แก้อุปสรรครถไฟความเร็วสูงไทย-จีน.

Ananda Development เผยโครงการครึ่งปีหลัง เตรียมเปิด 7 โครงการ มูลค่ารวม 16,635 ลบ.

หลายๆ คนคงเริ่มเห็นชื่อของ 5 โครงการใหม่ ของเจ้าพ่อคอนโดติดรถไฟฟ้าอย่าง Ananda Development ที่เริ่มกระจายตามสื่อออนไลน์ต่างๆ ซึ่งทั้งหมด ถือเป็นโครงการร่วมทุนระหว่างอนันดากับ Mitsui Fudosan โดยจะทยอยเปิดตัวในไตรมาสสองนี้

คุณชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ได้เปิดเผยว่า ความร่วมมือกับ Mitsui Fudaosan ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาสสอง ได้เปิดตัว 5 โครงการร่วมทุน มูลค่า 21,700 ลบ. ซึ่งประกอบด้วย

Ashton Asoke-Rama IX ราคาเริ่มต้น 6.49 ลบ. จำนวน 593 ยูนิต มูลค่ารวม 6,367 ลบ.
Ideo Q Victory ราคาเริ่มต้น 5.59 ลบ. จำนวน 348 ยูนิต มูลค่ารวม 3,090 ลบ.
Ideo New Rama IX ราคาเริ่มต้น 1.99 ลบ. จำนวน 994 ยูนิต มูลค่ารวม 2,951 ลบ.
Ideo Q Sukumvit 36 ราคาเริ่มต้น 6.49 ลบ. จำนวน 449 ยูนิต มูลค่ารวม 4,264 ลบ.
Elio Del Nest ราคาเริ่มต้น 2.29 ลบ. จำนวน 1,459 ยูนิต มูลค่ารวม 5,045 ลบ.

นอกจากนี้ในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทฯ มีแผนการนักขายบ้านมืออาชีพเปิดเผย 7 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 16,635 ลบ. แบ่งเป็นคอนโด 5 โครงการ มูลค่ารวม 14,302 ลบ. และแนวราบอีก 2 โครงการ มูลค่ารวม 2,333 ลบ. พร้อมคงเป้ายอดโอนทั้งปีที่ 25,000 ลบ. และปรับเพิ่มเป้าหมายยอดขายทั้งปีเป็น 31,000 ลบ. ซึ่งเพื่อเป็นแผนกระตุ้นการขาย บริษัทฯ เตรียมจัดงาน Urban Pulse ที่สยามพารากอน 22-25 มิ.ย. นี้

Please visit Ananda Development เผยโครงการครึ่งปีหลัง เตรียมเปิด 7 โครงการ มูลค่ารวม 16,635 ลบ. for related post.

แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เปิดให้ชมห้อง Duplex โครงการ THE BANGKOK SATHORN ครั้งแรก

บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) จะเปิดให้ชมห้อง Duplex บนชั้น High Zone โครงการคอนโดมิเนียม THE BANGKOK SATHORN (เดอะแบงค์ค็อค สาทร) ครั้งแรก วันที่ 1-2 กรกฎาคมนี้ พร้อมรับสิทธิพิเศษภายในวันงาน

โครงการคอนโดมิเนียม THE BANGKOK SATHORN เป็นคอนโดหรูในคอนโดใหม่ ในกรุงเทพ
พื้นที่ที่ดีที่สุดบนถนนสาทร ติด BTS สุรศักดิ์และจุดขึ้นลงทางด่วน ได้รับการดีไซน์ที่ละเอียดลออในทุกรายละเอียด ตอบรับกับความชอบที่เหนือระดับ ภายใต้แนวความคิด “The Best on Sathorn” สงบและเป็นส่วนตัวแม้พักอาศัยใจกลางเมือง โครงการ THE BANGKOK SATHORN เป็นคอนโดคุณภาพแบบ high-rise สูง 50 ชั้น จำนวน 468 ยูนิต มีห้องพัก 2 แบบ คือ แบบ 1 ห้องนอน และ 2 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 57-152 ตารางเมตร พร้อมลิฟท์ส่วนตัวให้ความสะดวกถึงห้องพัก ที่จอดรถ 120% พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ห้องฟิตเนส ห้องโยคะ ห้องสตรีมและซาวน่า สระว่ายน้ำ

วันที่ 1-2 กรกฎาคมนี้ ทางโครงการ THE BANGKOK SATHORN จะเปิดให้ชมห้อง Duplex บนชั้น High Zone เป็นครั้งแรก ห้อง Duplex ให้ความรู้สึกคล้ายกับการอยู่บ้าน ห้องนั่งเล่นใหญ่และโล่ง ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดานเท่ากับ 5.73 เมตร เพดานสูงสองชั้นทำให้ห้องโปร่งโล่งมากขึ้น ห้อง Duplex จึงมีขนาดกว้างกว่าห้องปรกติและยังรับแสงและวิวที่ดีกว่า มีห้องน้ำทั้ง 2 ชั้นและออกสู่ระเบียงได้ทั้ง 2 ชั้น ชั้นสองเพดานสูง สามารถใช้เป็นห้องนอนเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวหรือปรับใช้งานอเนกประสงค์ตามความต้องการ แต่ละยูนิตมีห้องเก็บของขนาดใหญ่ที่ตอบรับการอยู่อาศัยจริง โครงการคอนโดมิเนียม THE BANGKOK SATHORN การอยู่อาศัยเหนือระดับใจกลางสาทร บนพื้นที่สาทรที่ดีที่สุด ราคาเริ่มต้น 18 ล้านบาท สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่แล้ว

สนใจนัดหมายเข้าชมโครงการล่วงหน้าโทร 1198 หรือค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.lh.co.th/condo

Read more article at แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เปิดให้เยี่ยมชมห้อง Duplex โครงการ THE BANGKOK SATHORN ครั้งแรก.